รีวิวภาพยนตร์เรื่อง Avatar
Avatar เป็นโปรเจกต์ที่ผุดขึ้นมาในหัว James
Cameron ตั้งแต่ก่อนจะสร้างภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอย่าง
Titanic เสียอีก
แต่ด้วยเทคโนโลยีการสร้างเทคนิคพิเศษของหนัง
และโรงฉายในสมัยนั้นยังไม่รองรับเพียงพอ
แกจึงรอและสร้างเทคโนโลยีการถ่ายหนังรูปแบบใหม่ขึ้นมาเอง
ซึ่งมันคงจะปฏิวัติวงการภาพยนตร์ไปตลอดกาลบนจอใหญ่ยักษ์ ไม่มีโฆษณาหรือตัวอย่างหนังใดๆ
ให้ชมในขณะที่ผมเดินเข้าไป มันอาจมีแต่คงไม่กี่ตัวเท่านั้น
ผมเดินเข้าไปถูกเวลาจริงๆ เมื่อเพลงสรรเสริญพระบารมีสิ้นสุดเสียงลง
ผมนั่งลงแล้วใส่แว่น 3 มิติ และพบกับ Avatar ภาพยนตร์ที่ผมรอคอยในทันที
แต่อนิจจา
ช่วงต้นเรื่องภาพและเสียงที่น่าตื่นตาตื่นใจ
แต่ไม่ได้มาพร้อม Subtitle เล่นงงกันเป็นแถบ ผ่านไปสัก 2 นาทีเศษ
ซับก็มา และก็พบว่า ซับจางตามเคยคงต้องบอกว่า ไม่ผิดหวังเลย ที่การรอคอยที่เนิ่นนานหลายเดือน
ได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า เทคนิคด้านภาพที่สุดยอดมากกว่าเรื่องใดๆ ที่เคยพบมา
มันดูสมจริงว่าภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากการใช้คนแสดง (แต่ไม่เห็นคนในหนัง) อย่าง Polar
Express หรือ Beowolf ภาพของฉากก็ดูสมจริงไม่แพ้กัน
แถมป่าของแพนดอร่าสวยสด ดูไปก็ยิ้มไป ประสบการณ์นี้คงหามิได้จากหนังเรื่องไหน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มันเป็น 3 มิติ”
เจค ซัลลี่ (Sam Worthington) นาวิกโยธินผู้พิการขา
ได้รับมอบหมายภารกิจในโปรเจ็กต์ “Avatar” แทนพี่ชายฝาแฝดที่เสียชีวิตไป
บนดาวเคราะห์ดวงที่อยู่ในจินตนาการบรรเจิดของคาเมรอน แพนดอร่า ภารกิจของเขาคือ
การแฝงตัวเข้าไปอยู่หมู่มนุษย์ผู้มีเนื้อตัวสีฟ้าชนเผ่า “นาวี”
เพื่อเรียนรู้ทุกอย่างและผลักดันให้เขาออกไปจากพื้นที่ เพื่ออะไรน่ะเหรอ?เจค
ต้องเข้าไปในป่าบนดาวแพนดอร่า ด้วยการเชื่อมต่อกับร่าง Avatar ของชาวนาวี
เข้าไปอาศัยอยู่ในป่าเขียวขจีในเวลากลางวัน แต่งดงามสุดๆ ในเวลากลางคืน
ป่าที่นอกจากความงดงาม ยังมีอันตรายแฝงอยู่ด้วย
คาเมรอนให้เวลาเราทำความรู้จักกับป่าอย่างเนิ่นนาน พอๆ
กับทำให้เราได้เห็นพัฒนาการของความสัมพันธ์ของเจคกับเนย์ทิรี่ (Zo?
Salda?a) ลูกสาวหัวหน้าเผ่า นอกจากนี้
ความยาวของหนังที่ยาวถึง 165 นาที
ยังทำให้เล่าเรื่องในจุดที่จะทำให้คนดูได้เต็มอิ่มกับทุกฉากที่เขาขนมาให้ได้อย่างเต็มที่
ทั้งฉากต่อสู้เอาตัวรอดของเจค ฉากเรียนรู้ความเป็นชาวนาวี แต่ฉากอย่างว่า
กลับน้อยไปนิด (อิอิ)
บทหนังถือว่าทำได้ดี
ทำให้เราได้เห็นแง่มุมที่เป็นจริงของมนุษย์ (ซึ่งก็คงรู้กันว่า เป็นชนชาติใด)
ผู้บุกรุกยึดครองดินแดนของชนชาติอื่น อ้างโน่นอ้างนี่
ทั้งที่แท้จริงก็เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
ขณะที่ชาวแพนดอร่ามีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ อยู่กับโลกที่แตกต่างออกไป
และพร้อมจะต่อสู้เพื่อบ้านและเพื่อนพ้องของตัวเอง





Comments
Post a Comment