รีวิวภาพยนตร์เรื่อง BEAUTY AND THE BEAST-โฉมงามกับเจ้าชายอสูร
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าชายถูกสาปให้เป็นอสูร
(Dan Stevens จาก Downton Abbey) รวมถึงข้าทาสบริวารในปราสาทก็ถูกสาปให้เป็นข้าวของเครื่องใช้ตามคาแรกเตอร์และ
identity ของแต่ละคน ตั้งแต่… Lumière (Ewan
McGregor จาก Star Wars) เป็นที่วางเทียน,
Cogsworth (Ian McKellen จาก X-Men, The Lord of the Rings) เป็นนาฬิกา,
Plumette (Gugu Mbatha-Raw จาก Miss Sloane) เป็นไม้ปัดขนนก,
Madame de Garderobe (Audra McDonald) เป็นตู้เสื้อผ้า, Maestro
Cadenza (Stanley Tucci จาก The Devil Wears Prada) เป็นเปียโน,
เด็ก Chip (Nathan Mack) เป็นถ้วยกาแฟ, และ
Mrs. Potts (Emma Thompson จาก Sense and Sensibility) เป็นกากาแฟ
โดยเจ้าชายอสูรและเหล่าข้าไทจะกลับกลายเป็นคนดังเดิมได้ก็ต่อเมื่อเจ้าชายอสูรรู้จักรักแท้และหญิงสาวคนนั้นก็รักตอบก่อนที่กุหลาบวิเศษกลีบสุดท้ายจะร่วงโรย
มิฉะนั้นพวกเขาจะต้องเป็นอย่างนี้ตลอดกาล
ห่างไกลจากปราสาทไปหน่อยนึงเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ
หญิงสาวสวย Belle (Emma Watson จาก Harry Potter) อาศัยอยู่กับ
Maurice ผู้เป็นพ่อ (Kevin Kline จาก
Wild Wild West) ชาวบ้านมองว่า Belle เป็นคนแปลก
เพราะเธอชอบอ่านหนังสือและไม่แต่งหน้าแต่งตัวแบบสาว ๆ ทั่วไป
แต่เธอเป็นที่หมายปองของหนุ่มหล่อ Gaston (Luke Evans จาก
Dracula Untold) ผู้ซึ่งภูมิใจในความเป็นชายของตนและหลงตัวเองเป็นที่หนึ่ง
พล็อตโดยรวมของ Beauty and the Beast เวอร์ชั่น
2017 นี้ แทบจะเหมือน ๆ กับฉบับการ์ตูนเมื่อปี 1991
เพิ่มเติมคือเปลี่ยนคาแรกเตอร์ตัวละครสมทบบางตัวให้เป็นเกย์
(หรือเขาอาจจะเป็นเกย์อยู่แล้วแหละ แต่ใส่ความเป็นเกย์ของเขาให้ชัดขึ้นนิดนึง)
เช่น LeFou (Josh Gad หรือ Olaf จาก
Frozen) มือขวาคนสนิทของ Gaston ตัวร้ายหน้าหล่อ
ซึ่งประเด็นเกย์นี้เอง ทำให้รัสเซียกำลังพิจารณาไม่นำเข้าไปฉายในประเทศ
รวมถึงมาเลเซียที่ต้องเลื่อนกำหนดฉายเพราะต้องเซ็นเซอร์ซีนเกย์กันก่อน (ทั้ง ๆ
ที่มันก็มีโคตรจะน้อยนิดอ่านะ)
หลังจากจบการศึกษาจาก Hogwarts ดูเหมือน
Emma Watson จะไปโดดเด่นเอาดีทางด้านการศึกษา ทางด้านสังคม
และเพื่อสตรี กล่าวคือ เธอก็ตั้งอกตั้งใจจนเรียนจบ Brown University สมกับเป็น
Hermione Granger ต่อมาเธอได้รับเลือกให้เป็น UN Women
goodwill ambassador อีกทั้งยังขึ้นแท่นเป็น 1 ใน
100 ของผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก ซึ่งจัดอันดับโดย
Timeส่วนทางด้านการแสดงนั้น
ก็ต้องยอมรับว่าภาพยนตร์แต่ละเรื่องที่เธอเล่นนั้นไม่ค่อยปังสักเท่าไหร่ แต่แฟน ๆ
ของ Emma Watson ก็ยังติดตามดูผลงานของเธออย่างต่อเนื่องอยู่ดี
โดยเฉพาะเรื่องล่าสุดอย่าง Beauty and the Beast ซึ่งเป็นหนังใหญ่จากเทพนิยายชื่อดัง
ณ ดิสนีย์แลนด์โดยส่วนตัวเราก็ไม่เคยคาดหวังว่าหนังที่ Emma Watson จะเป็นหนังดี
เพราะอย่างที่รู้กัน เธอไม่เน้นเล่นหนังดีหนังรางวัล (มิเช่นนั้นเธอไม่ปฏิเสธบท Mia
ใน La La Land หรอก)
แต่เธอเน้นรับบทตัวละครที่ถ่ายทอดความเป็นเธอ หรือไม่ก็ empower women
เราชอบตัวละคร Belle เป็นทุนเดิม
Belle เป็นหนึ่งในนางเอกดิสนีย์ที่ไม่ได้เป็นเจ้าหญิงโดยกำเนิด
ยิ่งพอเป็น Belle เวอร์ชั่น Emma Watson ที่มีความสวย
ฉลาด และสตรอง คือฉันจะอ่านหนังสือ ฉันจะขี่ม้า ฉันจะคิดค้นนวัตกรรมเครื่องซักผ้า
ฉันจะมีปากมีเสียง ฉันไม่ได้มีเป้าหมายในชีวิตที่จะมีผัวหล่อรวย ฉันไม่กลัวสิ่งใด
ฯลฯ เราก็ยิ่งชอบ ช่วงซีนเปิดเรื่องที่ Belle ยังอยู่ในหมู่บ้านนี่ชอบเลยแหละและคุณสามารถติดตามหนังใหม่ๆมันๆได้ที่นี่






Comments
Post a Comment